วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
            มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงตั้งอยู่เลขที่ ๔๖ หมู่ ๓ ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรีได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๗  เดิมมีชื่อว่าวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง”(Chombueng Village Institute) โดยก่อตั้งเป็นสถานศึกษาตามแนวคิด  "วิทยาลัยหมู่บ้าน"ของประเทศตุรกีมีจุดมุ่งหมายในการก่อตั้ง ๔ ประการคือ๑. เพื่อ แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในชนบทที่ต้องการพัฒนา  โดยคัดเลือกนักเรียนในท้อง ถิ่นทุรกันดารเข้าศึกษาเป็นอันดับแรกเมื่อศึกษาสำเร็จแล้วให้กลับไปพัฒนา ท้องถิ่นของตน๒. เพื่อปลูกฝังนักศึกษาครูให้รักอาชีพครูโดยผ่านการศึกษาเล่าเรียนและฝึกงานหลายแบบ  เพื่อนำความรู้ความชำนาญไปลงมือปฏิบัติได้๓. เพื่อให้นักศึกษาครูรู้จักปฏิบัติตนในการเข้าสังคมโดยอยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตยคือการเคารพนับถือกันช่วยเหลือเกื้อกูลกันมีสติ๔. เพื่อ ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในท้องถิ่นใกล้เคียง  ในระยะแรกวิทยาลัยหมู่บ้าน จอมบึงได้เปิดสอนหลักสูตร ๕ ปี โดยรับนักศึกษาทุนจากถิ่นทุรกันดารจากทั่ว ประเทศซึ่งสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ เข้าเรียนเมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา--- ๑ ตุลาคม ๒๕๑๓ ---กระทรวง ศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงเป็นวิทยาลัยครูหมู่บ้าน จอมบึงและได้มีการรับนักศึกษาทั่วไปที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปี ที่ ๓    เข้าเรียนหลักสูตร ๒ ปี  เมื่อสำเร็จแล้วได้วุฒิประกาศนีย บัตรวิชาการศึกษาอีกส่วนหนึ่งด้วย      ในปีเดียวกันนี้วิทยาลัยครูหมู่บ้าน จอมบึงยังได้เริ่มเปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงโดยรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาหรือเทียบเท่า เข้าเรียนหลักสูตร ๒ ปี
--- พ.ศ.๒๕๒๑ ---วิทยาลัย ครูหมู่บ้านจอมบึงได้เริ่มเปิดสอนระดับปริญญาตรีตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู ในระยะแรกได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ๒ ปี   โดยรับนักศึกษาที่สำเร็จ ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงหรือเทียบเท่าเข้าเรียนในปีเดียว กันนั้นวิทยาลัยได้เริ่มปิดสอนตามโครงการการศึกษาอบรมครูและบุคลากรทางการ ศึกษาประจำการ(อคป.)ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างกรมการฝึกหัด ครูและหน่วยงานผู้ใช้ครู  โดยมุ่งที่จะพัฒนาวิทยฐานะครูให้สามารถปฏิบัติ หน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้า รับการอบรมตามโครงการนี้จะได้รับการศึกษาอบรมตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงและหลักสูตรปริญญาตรี ๒ ปีอนึ่ง    เนื่อง จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจส่งผลทำให้วิทยาลัยไม่สามารถที่จะรับนักศึกษา ทุนในอัตราวงเงินเท่าเดิม (๒,๕๐๐ บาท/คน/ปี)ได้  ด้วยความเห็นชอบของกรมการฝึกหัดครูจึงได้เลิกรับนักศึกษาทุน ในปีการศึกษา ๒๕๒๑ นั่นเอง--- พ.ศ.๒๕๒๒ ---วิทยาลัยได้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาทั้งนี้เพื่อสนองนโยบายของกรมการฝึกหัดครูและเนื่องจากความต้องการครูระดับนี้น้อยลง--- พ.ศ.๒๕๒๓ ---วิทยาลัย ได้เริ่มเปิดสอนระดับปริญญาตรีหลักสูตร ๔ ปี  ตามหลักสูตรของสภาการฝึกหัดครูโดยรับผู้สำเร็จขั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าเข้าเรียน  เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต เช่นเดียวกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั่วไป--- พ.ศ.๒๕๒๖ ---วิทยาลัย ได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรเทคนิคการอาชีพตามหลักสูตรสภาการฝึกหัดครู  พ.ศ. ๒๕๑๙ เพิ่มพ.ศ. ๒๕๒๕  โดยรับนักศึกษาที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าเรียนในภาคสมทบ  เมื่อ สำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง  อย่างไรก็ตาม วิทยาลัยเปิด สอนนักศึกษาภาคสมทบได้เพียงรุ่นเดียวก็มิได้เปิดอีก--- พ.ศ.๒๕๒๗ ---วิทยาลัย ได้เปิดสอนเทคนิคการอาชีพสำหรับนักศึกษาภาคปกติ ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับ วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงวิทยาลัยเปิด สอนหลักสูตรนี้เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น--- พ.ศ.๒๕๒๘ ---วิทยาลัย ได้เริ่มเปิดสอนระดับอนุปริญญาทางวิทยาศาสตร์และทางศิลปศาสตร์ตามหลักสูตร ของสภาการฝึกหัดครู พ.ศ.๒๕๒๘ โดยรับนักศึกษาที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้า เรียน ๒ ปี  เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิอนุปริญญาทางวิทยาศาสตร์หรืออนุ ปริญญาทางศิลปศาสตร์ในปีเดียวกันนี้วิทยาลัยได้ปฏิบัติตามนโยบายของกรมการ ฝึกหัดครูคืองดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงและ งดสอนตามโครงการ อคป.และได้เริ่มเปิดสอนตามโครงการการจัดการศึกษาสำหรับ บุคลากรประจำการ(กศ.บป.)--- พ.ศ.๒๕๓๐ ---วิทยาลัยได้ขยายการเปิดสอนสาขาวิชาการอื่นจากระดับอนุปริญญาไปจนถึงระดับปริญญาตรี  สำหรับสายวิชาชีพครูก็ยังคงเปิดสอนตามปกติ
--- พ.ศ.๒๕๓๑ - พ.ศ.๒๕๓๔ ---วิทยาลัย ได้ปฏิบัติตามนโยบายของกรมการฝึกหัดครู  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของ ประเทศคือการลดปริมาณการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาสายวิชาชีพครูลงและเพิ่ม ปริมาณการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาและนักศึกษาระดับอนุปริญญาสาขา วิชาการอื่นให้มากขึ้นในหลายๆสาขาวิชา  พ.ศ.๒๕๒๘ วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้รวมกลุ่มกับวิทยาลัยครูภาคตะวันตก ๔ แห่งได้แก่  วิทยาลัยครูเพชรบุรี  วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง  วิทยาลัย ครูกาญจนบุรี วิทยาลัยครูนครปฐมและเรียกการรวมตัวครั้งนี้ว่า "สหวิทยาลัย ทวารวดี"ปีการศึกษา๒๕๓๐  วิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงได้เปิดสอนนัก ศึกษาโครงการคุรุทายาทซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสำนักงานการประถมศึกษาแห่ง ชาติกับกรมการฝึกหัดครู    ให้เรียนในระดับปริญญาตรี โปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัยและโปรแกรมวิชาการประถมศึกษา ต่อมาในปีการ ศึกษา ๒๕๒๔ กรมสามัญได้เข้าร่วมโครงการนี้วิทยาลัยได้รับการคัดเลือกให้สอน นักศึกษาคุรุทายาทสายมัธยมศึกษา  โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์  เกษตรศาสตร์และอุตสาหกรรมศิลป์(สาขาก่อสร้างและอิเล็คทรอนิกส์)--- ปีการศึกษา ๒๕๓๕ ---ได้ เปิดสอนนักศึกษาคุรุฑายาทสายประถมศึกษาโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและสาย มัธยมศึกษาโปรแกรมวิชาดนตรีการผลิตบัณฑิตในช่วงปี ๒๕๓๕ - ๒๕๓๙ ได้วางแผนให้สอด คล้องกับนโยบายในแผนการพัฒนาการศึกษาระยะที่ ๗  ในกรอบและทิศทางของกรมการ ฝึกหัดครูที่เน้นให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดย ผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาการศึกษาสาขาวิชาศิลปศาสตร์และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นสัดส่วน ๔๐: ๓๐:๓๐ ตามลำดับ        เนื่อง จากปัจจุบันวิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยผลิตบัณฑิตในสาขา ต่างๆ  ได้แก่ครุศาสตร์บัณฑิต  วิทยาศาสตร์บัณฑิตและศิลปศาสตร์บัณฑิต  แต่ บุคคลทั่วไปยังเข้าใจผิดว่าที่จบจากวิทยาลัยครูต้องประกอบอาชีพครู เท่านั้นทำให้ผู้ที่จบการศึกษาในสาขาอื่น  ขาดโอกาสในการหางานทำและในบาง ครั้งเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าวิทยาลัยครู” มิได้เป็นสถาบันอุดม ศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องและเกิดประโยชน์แก่นักศึกษา   กระทรวง ศึกษาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏแก่วิทยาลัยครูเมื่อวัน ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ และเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๓๗  สภาผู้แทนราษฎร์ได้ ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏและวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๗   ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๘         ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกาโดยนายชวน  หลีกภัยนายกรัฐมนตรี  เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการและมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๓๘---  ปีการศึกษา ๒๕๓๙ และ ๒๕๔๐ ---สภา ประจำสถาบันราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรในท้องถิ่นได้ร่วมกันร่างคำปณิธานของมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็น ปรัชญาและแนวทางในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย---  ปีการศึกษา ๒๕๔๒ ---อาจารย์ และข้าราชการของมหาวิทยาลัยได้ร่วมกันจัดทำแผนกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยซึ่งได้ ผ่านความเห็นชอบจากสภาประจำมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นแผนและเป้าหมายที่ชัดเจน ในการพัฒนามหาวิทยาลัยในระยะ ๔ ปี (พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๖)--- ปีการศึกษา ๒๕๔๗ ---พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระ ราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.๒๕๔๗  เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๗        ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑ ตอนที่พิเศษ ๒๓ก เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๗      มีผลให้สถาบันราชภัฏ ทุกแห่งเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งแต่วันที่๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ เป็น ต้นไป  สถาบันราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจึงมีชื่อใหม่เป็น  มหาวิทยาลัยราชภัฏ หมู่บ้านจอมบึง ตามพระราชบัญญัตินั้นเป็นต้นมา